ศัลยกรรมปรับโครงสร้างกระดูกใบหน้า
ศัลยกรรมปรับโครงสร้างกระดูกใบหน้าเป็นกลุ่มหัตถการที่มีผลต่อรูปหน้าอย่างชัดเจน เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลง “ฐานโครงสร้าง” ของใบหน้า ไม่ใช่เพียงการปรับผิว กล้ามเนื้อ ไขมัน หรือเนื้อเยื่ออ่อนด้านบนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดกระดูกใบหน้าไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นวิธีทำให้ใบหน้าเล็กลงหรือเรียวขึ้น เพราะผลลัพธ์ที่ดีต้องเกิดจากการประเมินทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ ไขมัน ผิวหนัง การสบฟัน เส้นประสาท และการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในระยะยาวร่วมกัน.
โครงหน้าไม่สมดุล กรามใหญ่ คางถอย โหนกแก้มเด่น หรือใบหน้าดูกว้าง ควรเริ่มจากการประเมินโครงสร้างกระดูกอย่างละเอียด
เพราะแต่ละใบหน้ามีโครงสร้างกระดูก ความหนาของเนื้อเยื่อ ตำแหน่งเส้นประสาท แนวสบฟัน และสัดส่วนที่แตกต่างกัน การประเมินโดยแพทย์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการเลือกเทคนิคที่เหมาะสม ลดความเสี่ยง และวางแผนผลลัพธ์ให้ดูสมดุลกับใบหน้าโดยรวม
ทัก LINE เพื่อจองคิวปรึกษาแพทย์ และรับการประเมินโครงหน้าอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
🌐 Line Official Account: @104wwihb (คลิกที่นี่เพื่อทักแชตเพื่อปรึกษาแพทย์) (มีเจ้าหน้าที่และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและสแตนด์บายตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง).
ศัลยกรรมปรับโครงสร้างกระดูกใบหน้าคืออะไร?
ศัลยกรรมปรับโครงสร้างกระดูกใบหน้า คือกลุ่มการผ่าตัดที่มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนรูปร่าง ตำแหน่ง หรือสัดส่วนของกระดูกใบหน้า เช่น กระดูกโหนกแก้ม กระดูกกราม กระดูกคาง หรือขากรรไกร โดยอาจทำเพื่อปรับสมดุลใบหน้า แก้ไขความไม่สมมาตร หรือแก้ปัญหาโครงสร้างขากรรไกรและการสบฟันในบางราย
หัตถการที่อยู่ในกลุ่มนี้มักประกอบด้วย
- การผ่าตัดลดโหนกแก้ม หรือ zygoma reduction
- การผ่าตัดลดมุมกราม หรือ mandibular angle reduction
- การผ่าตัดเลื่อนหรือตกแต่งกระดูกคาง หรือ genioplasty
- การผ่าตัดขากรรไกร หรือ orthognathic surgery
- การปรับโครงหน้าแบบผสมผสานในผู้ป่วยบางราย
สิ่งสำคัญคือ การผ่าตัดกลุ่มนี้ไม่ควรถูกเลือกจากความต้องการด้านความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ว่า “รูปหน้าที่ไม่สมดุลเกิดจากโครงสร้างใด” เพราะบางคนมีปัญหาจากกระดูกจริง ขณะที่บางคนมีปัญหาหลักจากกล้ามเนื้อ ไขมัน ผิวหย่อน หรือการสบฟันผิดปกติ หากวินิจฉัยผิด การผ่าตัดกระดูกอาจไม่ตอบโจทย์ หรืออาจทำให้ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติในระยะยาว.
การผ่าตัดเลื่อนหรือตกแต่งกระดูกคาง หรือ Genioplasty
Genioplasty คือการผ่าตัดปรับตำแหน่งหรือรูปร่างของกระดูกคางจริง โดยแพทย์อาจตัดและเลื่อนกระดูกคางไปด้านหน้า ถอยหลัง ขึ้น ลง หรือปรับความกว้างและความเบี้ยวของคางตามปัญหาเฉพาะบุคคล
คางเป็นจุดสำคัญของใบหน้าส่วนล่าง เพราะมีผลต่อความยาวใบหน้า ความสมดุลด้านข้าง ความสัมพันธ์กับริมฝีปาก จมูก ลำคอ และแนวกรอบหน้า แม้การเปลี่ยนแปลงคางเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้สัดส่วนใบหน้าโดยรวมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ใครอาจเหมาะกับผ่าตัดเลื่อนหรือตกแต่งกระดูกคาง?
- ผู้ที่คางสั้นหรือคางถอยจากโครงกระดูก
- ผู้ที่คางยื่นหรือคางยาวผิดสัดส่วน
- ผู้ที่คางเบี้ยวจากโครงสร้างกระดูก
- ผู้ที่ใบหน้าส่วนล่างสั้นหรือยาวเกินไป
- ผู้ที่ต้องการปรับคางร่วมกับการลดกรามหรือผ่าตัดขากรรไกร
- ผู้ที่มีปัญหาสัดส่วนด้านข้าง เช่น คางถอยเมื่อเทียบกับริมฝีปากและจมูก
- ผู้ที่ต้องการแก้ตำแหน่งกระดูกคาง ไม่ใช่เพียงเพิ่มปริมาตรด้านหน้า
ผ่าตัดเลื่อนหรือตกแต่งกระดูกคางสามารถแก้อะไรได้บ้าง?
- เลื่อนคางไปด้านหน้าในผู้ที่คางถอย
- เลื่อนคางถอยหลังในผู้ที่คางยื่นเฉพาะส่วนปลายคาง
- เลื่อนคางขึ้นเพื่อลดความยาวใบหน้าส่วนล่างบางกรณี
- เลื่อนคางลงเพื่อเพิ่มความยาวใบหน้าส่วนล่างบางกรณี
- ลดความกว้างของคาง
- ปรับคางที่เบี้ยวให้ใกล้แนวกึ่งกลางมากขึ้น
- ปรับคางร่วมกับแนวกรอบหน้าเพื่อให้ lower third สมดุลขึ้น
ต้องประเมินอะไรเป็นพิเศษก่อนทำศัลยกรรมเลื่อนหรือตกแต่งกระดูกคาง?
- สัดส่วนใบหน้าส่วนล่าง
- ตำแหน่งคางเมื่อมองด้านหน้าและด้านข้าง
- ความสัมพันธ์ระหว่างคาง ริมฝีปาก จมูก และลำคอ
- ตำแหน่ง mental nerve
- ความหนาและรูปร่างของกระดูกคาง
- การสบฟันและตำแหน่งขากรรไกร
- ความสมมาตรของคางและขากรรไกรล่าง
- ความตึงของกล้ามเนื้อ mentalis
ข้อควรระวังของการทำศัลยกรรมเลื่อนหรือตกแต่งกระดูกคาง
เนื่องจากบริเวณคางอยู่ใกล้ mental nerve ซึ่งเป็นเส้นประสาทรับความรู้สึกของริมฝีปากล่างและคาง จึงมีโอกาสเกิดอาการชาหรือความรู้สึกเปลี่ยนแปลงหลังผ่าตัดได้ โดยส่วนใหญ่อาจค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลา แต่ต้องแจ้งความเสี่ยงนี้ให้ผู้ป่วยเข้าใจก่อนผ่าตัด
ความเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่
- คางเบี้ยวหรือไม่อยู่กึ่งกลาง
- คางยื่นหรือถอยมากเกินไป
- รูปคางไม่สัมพันธ์กับริมฝีปากและกรอบหน้า
- กล้ามเนื้อคางตึงหรือขยับผิดธรรมชาติ
- อาการชาคางหรือริมฝีปากล่าง
- แผลในช่องปากหายช้า
- การติดเชื้อหรืออุปกรณ์ยึดตรึงมีปัญหา
- ผลลัพธ์ไม่ตรงกับความคาดหวัง
การวางแผน genioplasty จึงควรดูทั้งมุมหน้าตรง มุมด้านข้าง ความยาวใบหน้า และความสัมพันธ์กับการสบฟัน ไม่ควรดูเฉพาะความต้องการให้คางแหลมหรือยาวขึ้นเท่านั้น.
การผ่าตัดลดโหนกแก้ม หรือ Zygoma Reduction
การผ่าตัดลดโหนกแก้ม หรือ zygoma reduction เป็นการผ่าตัดที่มุ่งลดความเด่นหรือความกว้างของกระดูกโหนกแก้ม โดยเฉพาะในผู้ที่มีโหนกแก้มกว้างออกด้านข้าง โหนกแก้มยื่นเด่น หรือใบหน้าส่วนกลางดูแข็งและกว้างเมื่อเทียบกับสัดส่วนอื่นของใบหน้า.
การผ่าตัดชนิดนี้ไม่ได้หมายถึงการ “เหลาโหนกแก้มให้เล็กลง” เพียงอย่างเดียว แต่ในหลายเทคนิคเป็นการตัดกระดูกบางตำแหน่ง แล้วเลื่อนหรือยุบโครงกระดูกโหนกแก้มให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกว่า จากนั้นจึงยึดตรึงกระดูกให้มั่นคงตามแผนการรักษา
ใครอาจเหมาะกับการผ่าตัดลดโหนกแก้ม?
- ผู้ที่มีโหนกแก้มกว้างจากกระดูกจริง ไม่ใช่จากไขมันหรือผิวหย่อน
- ผู้ที่ใบหน้าส่วนกลางดูกว้างเมื่อเทียบกับหน้าผากและกราม
- ผู้ที่โหนกแก้มยื่นด้านข้างหรือด้านหน้าจนทำให้ใบหน้าดูแข็ง
- ผู้ที่มีความไม่สมมาตรของกระดูกโหนกแก้ม
- ผู้ที่มีสภาพผิวและเนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถปรับตัวหลังลดฐานกระดูกได้
- ผู้ที่เข้าใจว่าการลดโหนกแก้มไม่ได้แปลว่าจะทำให้ใบหน้าเด็กลงเสมอไป.
ต้องประเมินอะไรเป็นพิเศษก่อนลดโหนกแก้ม?
การลดโหนกแก้มควรประเมินมากกว่าภาพหน้าตรง เพราะโหนกแก้มเป็นโครงสร้างสามมิติที่เกี่ยวข้องกับความกว้างของใบหน้า ความนูนของ midface เบ้าตา แก้ม และ soft tissue supportสิ่งที่ควรประเมิน ได้แก่
- ความกว้างของ zygomatic arch
- ความนูนของ malar eminence
- ความสัมพันธ์ระหว่างโหนกแก้มกับเบ้าตาและแก้ม
- ความหย่อนของ midface และแก้ม
- ความหนาและความยืดหยุ่นของผิว
- ความไม่สมมาตรของกระดูกซ้ายและขวา
- ความเสี่ยงของ soft tissue sagging หลังลดกระดูก.
ข้อควรระวังของการผ่าตัดลดโหนกแก้ม
ข้อควรระวังที่สำคัญคือ หลังลดหรือยุบกระดูกโหนกแก้ม ฐานที่เคยรองรับเนื้อเยื่อแก้มจะเปลี่ยนไป หากลดมากเกินไป หรือผู้ป่วยมีผิวหย่อนอยู่เดิม อาจทำให้แก้มห้อย ร่องแก้มลึก midface ดูตก หรือใบหน้าดูโทรมได้.นอกจากนี้ยังต้องระวังภาวะอื่น ๆ เช่น
- อาการชาบริเวณแก้ม
- ความไม่สมมาตร
- กระดูกเคลื่อนหรือยึดตรึงไม่มั่นคง
- โหนกแก้มยุบมากเกินไป
- ใบหน้าส่วนกลางแบนผิดธรรมชาติ
- อาการอ้าปากติดหรือเคี้ยวไม่สะดวกในช่วงแรก
- การติดเชื้อหรือแผลในช่องปากหายช้า
เป้าหมายของการลดโหนกแก้มจึงไม่ใช่การทำให้โหนกแก้มเล็กที่สุด แต่คือการปรับความกว้างและความนูนของใบหน้าส่วนกลางให้สมดุล โดยยังรักษาโครงรองรับเนื้อเยื่ออ่อนไว้ให้เหมาะสม.
การผ่าตัดลดมุมกราม หรือ Mandibular Angle Reduction
การผ่าตัดลดมุมกราม หรือ mandibular angle reduction เป็นการผ่าตัดเพื่อลดความกว้าง ความหนา หรือความเหลี่ยมของกระดูกมุมกราม เหมาะกับผู้ที่มีใบหน้าส่วนล่างกว้างจากโครงกระดูกจริง โดยเฉพาะบริเวณมุมกรามที่กางออกหรือมีมวลกระดูกหนา
ในบางเทคนิค แพทย์อาจตัดแต่งแนวกระดูกจากมุมกรามไปตามแนวขอบกระดูกขากรรไกรล่าง เพื่อให้กรอบหน้าด้านล่างต่อเนื่องและไม่เกิดรอยสะดุด แต่ขอบเขตการตัดต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเส้นประสาท ความแข็งแรงของกระดูก และความสมดุลของใบหน้าส่วนล่าง
ใครอาจเหมาะกับการผ่าตัดลดมุมกราม?
- ผู้ที่มุมกรามใหญ่หรือกางจากกระดูกจริง
- ผู้ที่ใบหน้าส่วนล่างกว้างแม้ไม่ได้กัดฟัน
- ผู้ที่มีกรอบหน้าด้านข้างเป็นเหลี่ยมจากโครงกระดูก
- ผู้ที่มีความไม่สมมาตรของมุมกรามซ้ายและขวา
- ผู้ที่ผ่านการประเมินแล้วว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อกรามเป็นหลัก
- ผู้ที่เข้าใจว่าการลดกรามมากเกินไปอาจทำให้ใบหน้าเสียสมดุล
ต้องประเมินอะไรเป็นพิเศษก่อนลดกราม?
- ความหนาและรูปทรงของกระดูกขากรรไกรล่าง
- ตำแหน่ง inferior alveolar nerve canal
- ตำแหน่งรากฟัน
- ความสมมาตรของมุมกรามสองข้าง
- ความหนาของกล้ามเนื้อ masseter
- ความต่อเนื่องของกรอบหน้าจากมุมกรามถึงคาง
- ความแข็งแรงของกระดูกหลังการตัดแต่ง
- การสบฟันและข้อต่อขากรรไกร
ข้อควรระวังของการผ่าตัดลดมุมกราม
การผ่าตัดบริเวณขากรรไกรล่างอยู่ใกล้เส้นประสาทสำคัญ โดยเฉพาะ inferior alveolar nerve และ mental nerve ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของริมฝีปากล่างและคาง หากมีการกระทบกระเทือน อาจเกิดอาการชาชั่วคราว หรือในบางกรณีอาจมีอาการนานกว่านั้น.
ความเสี่ยงที่ควรทราบ ได้แก่
- อาการชาริมฝีปากล่างหรือคาง
- เลือดออกหรือบวมมาก
- อ้าปากได้น้อยในช่วงแรก
- ความไม่สมมาตรของกรอบหน้า
- แนวกระดูกไม่เรียบหรือเกิด step deformity
- ตัดกระดูกมากเกินไปจนกรอบหน้าขาดความแข็งแรง
- กรามแคบผิดธรรมชาติหรือไม่สมดุลกับโหนกแก้ม
- การติดเชื้อจากแผลในช่องปาก
เป้าหมายของการลดกรามไม่ใช่การทำให้ใบหน้าส่วนล่างแคบที่สุด แต่คือการปรับกรอบหน้าให้สมดุลกับโครงสร้างใบหน้าส่วนบนและส่วนกลาง โดยยังคงความแข็งแรงและความเป็นธรรมชาติของขากรรไกรล่าง.
การทำศัลยกรรมผ่าตัดขากรรไกร หรือ Orthognathic Surgery
Orthognathic surgery หรือการผ่าตัดขากรรไกร เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ตำแหน่งของขากรรไกรบน ขากรรไกรล่าง หรือทั้งสองขากรรไกร โดยมักเกี่ยวข้องกับการสบฟัน การบดเคี้ยว การพูด การหายใจ และความสมดุลของใบหน้า
หัตถการนี้แตกต่างจากการลดโหนกแก้ม ลดกราม หรือปรับคางเพื่อความงาม เพราะเป้าหมายหลักไม่ได้อยู่ที่การทำให้หน้าเรียว แต่เป็นการจัดความสัมพันธ์ระหว่างฟัน กระดูกขากรรไกร ใบหน้า และการทำงานของระบบช่องปากให้เหมาะสมขึ้น
ใครที่เหมาะทำศัลยกรรมผ่าตัดขากรรไกร?
- ผู้ที่มีคางยื่นจากขากรรไกรล่างยื่น
- ผู้ที่มีคางถอยจากขากรรไกรล่างถอย
- ผู้ที่มีขากรรไกรบนยื่นหรือถอย
- ผู้ที่มีฟันสบเปิด
- ผู้ที่มีฟันล่างคร่อมฟันบน
- ผู้ที่มีใบหน้าเบี้ยวจากขากรรไกร
- ผู้ที่เคี้ยวอาหารลำบากจากการสบฟันผิดปกติ
- ผู้ที่มีปัญหาการพูดหรือการออกเสียงบางลักษณะที่สัมพันธ์กับโครงสร้างขากรรไกร
- ผู้ที่มีปัญหาทางเดินหายใจบางรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งขากรรไกร
การทำศัลยกรรมผ่าตัดขากรรไกร เกี่ยวข้องกับการจัดฟันอย่างไร?
ในหลายกรณี การผ่าตัดขากรรไกรต้องทำร่วมกับการจัดฟันก่อนและหลังผ่าตัด เพราะเป้าหมายไม่ได้เป็นเพียงการเลื่อนกระดูกให้ใบหน้าดูดีขึ้น แต่ต้องทำให้ฟันบนและฟันล่างสบกันอย่างเหมาะสมหลังเปลี่ยนตำแหน่งขากรรไกรแล้ว.
แผนการรักษาจึงอาจประกอบด้วย
- การตรวจโดยทันตแพทย์จัดฟัน
- การวิเคราะห์การสบฟัน
- การจัดฟันก่อนผ่าตัด
- การวางแผนตำแหน่งขากรรไกรด้วยภาพถ่าย เอกซเรย์ และ CT
- การผ่าตัดขากรรไกร
- การจัดฟันต่อหลังผ่าตัดเพื่อเก็บรายละเอียดการสบฟัน
ต้องประเมินอะไรเป็นพิเศษก่อนผ่าตัดขากรรไกร
การประเมินก่อน การทำศัลยกรรมผ่าตัดขากรรไกรมักละเอียดกว่าการปรับกระดูกใบหน้าเฉพาะจุด เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งโครงสร้างและการทำงาน
สิ่งที่ควรประเมิน ได้แก่
- การสบฟันและความสัมพันธ์ของฟันบน-ล่าง
- ตำแหน่งขากรรไกรบนและล่าง
- ความสมมาตรของใบหน้า
- ข้อต่อขากรรไกร
- ทางเดินหายใจ
- รูปหน้าเมื่อมองด้านข้าง
- ความสัมพันธ์ของริมฝีปาก จมูก คาง และขากรรไกร
- สุขภาพช่องปากและเหงือก
- ความพร้อมต่อการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัด
ข้อควรระวังของการทำศัลยกรรมผ่าตัดขากรรไกร
การผ่าตัดขากรรไกรเป็นหัตถการใหญ่ มีความซับซ้อนสูง และต้องใช้ทีมรักษาที่มีประสบการณ์ ความเสี่ยงที่ควรทราบ ได้แก่
- บวมมากในช่วงแรก
- อ้าปาก เคี้ยว หรือพูดลำบากชั่วคราว
- อาการชาริมฝีปากล่าง คาง หรือบริเวณใบหน้าบางตำแหน่ง
- เลือดออกหรือเลือดคั่ง
- การติดเชื้อ
- ปัญหาการสบฟันหลังผ่าตัด
- ข้อต่อขากรรไกรมีอาการผิดปกติ
- กระดูกเชื่อมช้าหรืออุปกรณ์ยึดตรึงมีปัญหา
- ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ
- ความเสี่ยงต่อทางเดินหายใจในช่วงหลังผ่าตัด
ผู้ป่วยควรเข้าใจว่า orthognathic surgery ไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนรูปหน้าอย่างรวดเร็ว แต่เป็นกระบวนการรักษาที่ต้องวางแผนระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อมีการจัดฟันร่วมด้วย.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมปรับโครงสร้างกระดูกใบหน้า
Q: หากเคยฉีดโบท็อกซ์ลดกราม หรือ Botox Masseter มาก่อน ต้องเว้นระยะเวลานานเท่าไหร่ถึงจะสามารถผ่าตัดลดมุมกรามได้?
A: โดยทั่วไป แพทย์อาจแนะนำให้เว้นระยะประมาณ 3–6 เดือนหลังฉีดโบทูลินัมท็อกซินบริเวณกล้ามเนื้อกราม หรือรอให้ฤทธิ์ยาลดลงก่อน เพื่อให้สามารถประเมินสัดส่วนจริงของกระดูก กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่ออ่อนได้แม่นยำมากขึ้น
เหตุผลคือ หากกล้ามเนื้อ masseter ยังฝ่อลีบจากฤทธิ์ยา อาจทำให้ประเมินขนาดกรามและความสัมพันธ์ระหว่างกระดูกกับกล้ามเนื้อคลาดเคลื่อนได้ และเมื่อฤทธิ์ยาหมดลง รูปหน้าอาจเปลี่ยนจากที่วางแผนไว้ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เหมาะสมควรประเมินเป็นรายบุคคลตามปริมาณยาที่เคยฉีด ระยะเวลาหลังฉีด และลักษณะโครงหน้าของผู้ป่วย.
Q: เทคนิคการผ่าตัดกรามแนวโค้งมนยาว หรือ Long Curved Osteotomy ช่วยป้องกันปัญหาเรื่องรอยต่อกระดูกขรุขระได้จริงไหม?
A: เทคนิค long curved osteotomy เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ใช้เพื่อลดโอกาสเกิดรอยต่อกระดูกที่ดูสะดุด หรือ secondary angle หลังตัดมุมกราม เพราะแนวตัดถูกออกแบบให้โค้งต่อเนื่องจากบริเวณมุมกรามไปตามขอบกระดูกขากรรไกรล่าง ทำให้กรอบหน้าด้านล่างดูต่อเนื่องขึ้นเมื่อเทียบกับการตัดเฉพาะมุมกรามแบบสั้นหรือเป็นเส้นตรง
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นกับชื่อเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับความหนาของกระดูก ตำแหน่งเส้นประสาท แนวตัดที่ปลอดภัย ความสมมาตรของใบหน้า และประสบการณ์ของศัลยแพทย์ หากตัดมากเกินไปหรือตัดโดยไม่สัมพันธ์กับคางและโหนกแก้ม อาจทำให้กรอบหน้าแคบผิดธรรมชาติหรือไม่สมดุลได้.
Q: ผ่าตัดลดขนาดหรือยุบโหนกแก้ม จะทำให้ผิวแก้มหย่อนคล้อยหรือแก้มห้อยในอนาคตจริงไหม?
A:มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวหย่อน ขาดความยืดหยุ่น มีเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณแก้มมาก หรือมีการลด/ยุบโหนกแก้มมากเกินไป กระดูกโหนกแก้มเป็นส่วนหนึ่งของโครงรองรับใบหน้าส่วนกลาง เมื่อฐานกระดูกเปลี่ยนไป เนื้อเยื่ออ่อนด้านบนอาจปรับตัวไม่ดีพอ และอาจเกิดปัญหาแก้มห้อย ร่องแก้มลึก หรือใบหน้าส่วนกลางดูตกได้ในบางราย
การป้องกันปัญหานี้ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น การประเมินสภาพผิวและเนื้อเยื่ออ่อนก่อนผ่าตัด การกำหนดปริมาณการลดกระดูกอย่างเหมาะสม การเลาะเนื้อเยื่อเท่าที่จำเป็น และในบางเทคนิคอาจมีการตรึงเยื่อหุ้มกระดูกหรือเนื้อเยื่ออ่อนร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดความหย่อนคล้อยเลย เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับกายวิภาคเฉพาะบุคคล อายุ คุณภาพผิว และการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในระยะยาว.
บทสรุป
ศัลยกรรมปรับโครงสร้างกระดูกใบหน้าเป็นหัตถการที่สามารถเปลี่ยนมิติของใบหน้าได้ชัดเจนในผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม แต่ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนที่ต้องการหน้าเรียว เพราะรูปหน้าที่ดีไม่ได้เกิดจากการลดขนาดกระดูกให้มากที่สุด แต่เกิดจากความสมดุลระหว่างกระดูก กล้ามเนื้อ ไขมัน ผิว การสบฟัน และการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในระยะยาว
การตัดสินใจที่ปลอดภัยควรเริ่มจากการวินิจฉัยสาเหตุของรูปหน้าอย่างถูกต้อง ประเมินด้วยข้อมูลทางกายวิภาค เช่น CT scan ตำแหน่งเส้นประสาท การสบฟัน สภาพเนื้อเยื่ออ่อน และทางเดินหายใจ จากนั้นจึงเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาเฉพาะบุคคล
ผลลัพธ์ที่ดีไม่ใช่ใบหน้าที่เล็กที่สุด แต่คือใบหน้าที่สมดุล ปลอดภัย ทำงานได้ปกติ และยังดูเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป.